รุมค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ชี้ทั่วโลกลดการผลิต
posted on 21 Oct 2009 04:01 by gameflash
กมธ.สอบ ทุจริตฯ สัมมนา ค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศส แฉ ทั่วโลกลดการผลิตลงแล้ว ขณะผลิตบุคลากรไม่ทัน เผย ฝรั่งเศส งบประมาณก่อสร้างบานปลายถึงร้อยละ 80 ...
เมื่อวันที่ 20 ต.ค.
ที่รัฐสภา
คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา
ได้จัดงานสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “มองรอบด้านพลังงานนิวเคลียร์:
บทเรียนจากนานาชาติ เพื่อการตัดสินใจที่มีธรรมาภิบาล”
โดยเนื้อหาของการสัมมนาส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลได้เตรียมก่อ
สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เพราะอาจจะสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม โดย
นางชื่นชม สง่าราศี นักวิชาการอิสระ กลุ่มพลังไท กล่าวว่า
การที่ฝ่ายบริหารอ้างว่า เนื่องจากประเทศไทยใช้พลังงานไฟฟ้ามาก
จึงจำเป็นต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
เพื่อตอบสนองกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้น
เห็นว่าเงื่อนไขนี้ดูไม่สมเหตุสมผลมากนัก
เพราะทางที่ดีรัฐบาลควรทุ่มงบประมาณ
ให้กับการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาประหยัดพลังงาน
แทนการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งมีต้นทุนในการก่อสร้างสูงมาก
“ที่
ผ่านมารัฐบาลแม้จะรณรงค์ให้ประชาชนมาประหยัดพลังงาน
แต่เพียงแค่การดำเนินการในลักษณะเหมือนกับไม้ประดับเท่านั้น
เพราะถ้ารัฐบาลจะดำเนินการหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม
ควรให้ความสนใจในการใช้ระบบพลังงานทดแทน
มาอยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าด้วย
ไม่ใช่มากำหนดเรื่องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มาอยู่ในแผนดัง
กล่าวเพียงทางเลือกเดียว” นางชื่นชม กล่าว
นายชวลิต พิชาลัย
รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ กระทรวงพลังงาน
กล่าวว่า ความจริงแล้วในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า เราได้ดูแหล่งพลังงานอื่นๆ
ด้วย เช่น ลม พลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีผลสรุปออกมาว่า พลังงานจากลม และ
แสงอาทิตย์มีข้อจำกัดหลายประการ
อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ก็ทำการผลิตไฟฟ้าได้เพียงเฉพาะ ในเวลากลางวัน
ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จะไม่ได้มาตรฐานสากล ที่ต้องผลิตไฟฟ้าให้ได้ ตลอด 24
ชั่วโมง ส่วนลมก็ไม่มีหลักประกันถึงปริมาณแรงลมได้
เพราะหากแรงลมอ่อนก็จะทำให้การผลิตไฟฟ้าไม่เสถียร
“2
แหล่งพลังงานดังกล่าว ยังไม่มีความเสถียรมากนัก
ถ้าเราดำเนินการโดยใช้พลังงานเหล่านี้เป็นต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าในอนาคตจะส่ง
ผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรมของประเทศที่ปัจจุบันมีสัดส่วนการใช้ปริมาณไฟฟ้าถึง
70 % ของประเทศ
ซึ่งถ้ากำลังไฟฟ้าไม่เสถียรจะทำให้พวกเครื่องจักรในระบบการผลิตของ
อุตสาหกรรมเกิดความเสียหายได้
และจะเป็นต้นทุนในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่จะตามมาในอนาคต
เราจึงได้ข้อสรุปว่าพลังงานนิวเคลียร์
เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดภายใต้เงื่อนเหล่านี้เพื่อให้เกิดความมั่นคงทาง
พลังงานมากที่สุด" นายชวลิต กล่าว
นายชวลิต กล่าวว่า
ตอนนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำแผนงาน
และขั้นตอนในการดำเนินการภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าโดยมีกำหนดไว้ว่าจะ
สรุปขั้นตอนทั้งหมดเพื่อให้คณะรัฐมนตรี ตัดสินใจอนุมัติภายในปี 2553
โดยยืนยันว่า
ขั้นตอนในการทำงานจะต้องเป็นไปภายใต้แผนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
(อีไอเอ) รวมถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน
นาย
ชโลทร แก่นสันติสุขมงคล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ในฐานะอนุกรรมาธิการทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า 2007 (พีดีพี)
ภายใต้คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล
วุฒิสภา กล่าวว่า ปัญหาของการวางแผนพีดีพี คือ
มีการพยากรณ์ค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเกินจากความเป็นจริง
เพื่อเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ โดย 2
หน่วยงานยังพยากรณ์ค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่ตรงกัน
โดยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต พยากรณ์ค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจนถึงปี 2564
อยู่ที่ 48,958 เมกะวัตต์
ขณะที่พยากรณ์ของคณะทำงานอนุกรรมการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าของสำนักงานคณะ
กรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) พยากรณ์ไว้ที่ 38,788 เมกะวัตต์
“ไม่
เพียงเท่านี้ จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
พบว่ากำลังผลิตไฟฟ้าสำรองในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีมากเกินค่ามาตรฐานถึง
20-35 % จากค่ามาตรฐานที่ 15 % ดังนั้น
พลังงานนิวเคลียร์ยังไม่มีความจำเป็นสำหรับประเทศไทย
เพราะจะสร้างปัญหาการลงทุนเกินความจำเป็นจนกลายเป็นภาระของผู้บริโภค
รวมไปถึงเกิดความขัดแย้งในสังคมจากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่”
นายชโลทร กล่าว
นายไมเคิล ชไนเดอร์
ที่ปรึกษาด้านพลังงานนิวเคลียร์ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า
แนวโน้มการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในตอนนี้มีปริมาณที่ลดลง
เมื่อเทียบกับการใช้พลังงานทดแทน
เพราะที่ผ่านมามีหลักฐานเชิงประจักษ์แล้วว่าสัดส่วนของการใช้พลังงาน
นิวเคลียร์ในโลกนี้มีเพียง 14 % เท่านั้น
โดยประเทศในโลกอย่างญี่ปุ่นและอินเดียได้ลดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน
นิวเคลียร์ลงมาแล้วตั้งแต่ปี 2547
“ที่สำคัญยังประสบกับปัญหาใน
เรื่องผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจาก
ผลิตบุคลากรไม่ทันกับผู้เชี่ยวชาญที่มีอยู่เดิมที่ต้องเกษียณอายุการทำงาน
ของตัวเองรวมไปถึงการงบประมาณในการก่อสร้างที่ค่อนข้างจะบานปลายมาก
จากเดิมที่ได้คำนวณเอาไว้ในช่วงก่อนการก่อสร้าง
อย่างฝรั่งเศสงบประมาณในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์บานปลายถึง
80 %” นายไมเคิล กล่าว