แอคติวิชั่นจ้างนักสืบออนไลน์ หาต้นตอหลุด "Modern Warfare 2"
posted on 09 Nov 2009 22:56 by gameflash
หลังจากที่มีมือดีนำเกมชูตติ้ง "Call of Duty: Modern Warfare 2" มาขายก่อนกำหนดวางจำหน่ายจริงในวันที่ 10 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ทางแอคติวิชั่น บลิซซาร์ดในฐานะผู้จำหน่ายเกมและเป็นผู้เสียหาย จึงว่าจ้างให้ IPCybercrime.com บริษัทนักสืบเอกชนในเมืองดัลลัส เข้ามาสืบและแกะรอยแหล่งผู้ขายเกมละเมิดลิขสิทธิ์ แม้การสืบสวนแกะรอยครั้งนี้แม้จะจับได้เพียงแฮกเกอร์คนเดียว แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงธุรกิจเกมละเมิดลิขสิทธิ์ และยังเป็นการแนะแนวทางในอนาคตที่ต้องการตัดวงจรอุบาทว์นี้ก่อนที่จะสร้าง ความเสียหายเป็นเม็ดเงินมหาศาล |
|||||
การแกะรอยเริ่มต้นด้วยการโทรศัพท์ไปยังเบอร์ที่เขียนโฆษณาเอาไว้บน Craigslist และพูดคุยกับผู้ขาย ที่อ้างว่าตัวเองมีแพคเกจ เครื่อง Xbox360 พร้อมเกม "Call of Duty: Modern Warfare 2" จำนวน 2 ชุด โดยทางหน่วยสืบได้ต่อรองขอซื้อในราคาชุดละ 800 เหรียญสหรัฐ จากนั้น IPCybercrime จัดส่งนักสืบให้ไป หาข่าวในลอสแองเจลลิสและจับกุมตัวผู้ขายได้สำเร็จ จากนั้นก็มีโฆษณาขายแพคเกจเกม Modern Warfare 2 ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจากการค้นหาข้อมูลบนระบบเน็ตเวิร์คสังคมพบว่าผู้ขายคนแรกเป็นเพื่อนกับ ผู้ขายคนที่สอง โดยผู้ขายคนที่สองได้อ้างว่าตัวเองทำงานดูแลสต๊อคสินค้าให้กับร้านค้าปลีก ยักษ์ใหญ่ เมื่อผู้ขายทั้งสองคนถูกรวบตัวได้ ก็ยอมรับว่าได้ขโมยแพคเกจมาจากที่สต๊อคสินค้าของร้านค้าปลีก ซึ่งทาง IPCybercrime ได้หยิบยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นตัวอย่างให้กับร้านค้าปลีกที่ไม่มี ระบบการป้องกันภัยที่ดีในการเก็บสต๊อคสินค้า ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการขโมยเกิดขึ้นได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มักจะเกิดขึ้นกับคนในร้านค้าเอง |
|||||
เป็นเรื่องยากที่จะสามารถแกะรอยติดตามว่าบุคคลที่ใช้สองชื่อข้างต้นเป็นใคร มาจากไหน แต่ IPCybercrime ได้ลองเข้าไปตรวจสอบบนเฟซบุ๊กดูว่าอีเมล์ หรือชื่อแอคเคาท์ใดๆที่สอดคล้องกับสองชื่อข้างต้นไหม ซึ่งการค้นหาตรวจสอบบนเฟซบุ๊ก ก็พบว่ามีบุคคลนิรนามข้างต้นเปิดให้บริการทำม๊อด ผู้ทำม๊อดเป็นคนที่แฮคเข้าไปยังเครื่อง Xbox360 และทำการดัดแปลงให้เครื่องสามารถใช้งานอ่านแผ่นเกมเถื่อนได้ กลุ่มคนทำม๊อดพวกนี้อยู่กึ่งกลางเป็นสีเทาระหว่างสีขาวความถูกต้อง กับสีดำความไม่ถูกต้อง ถ้ามองในมุมที่ถูกกฏหมายพวกเขาสามารถแบ็คอัพดิสก์ของตัวเองไว้ได้ แต่พวกเขาจะผิดกฏหมายทันทีหากนำก้อปปี้ที่ทำขึ้นไปขายเพื่อธุรกิจ และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการเอาผิดทางกฏหมาย กลุ่มผู้ทำม๊อดดัดแปลง มักจะอธิบายบริการของตัวเองว่าเป็นการขาย "แบ็คอัพดิสก์" ข้อมูลของบุคคลนิรนามบนเฟซบุ๊กมีการลงเบอร์โทรศัพท์มือถือเอาไว้ พร้อมกับบอกลูกค้าที่สนใจจะใช้บริการว่าให้ติดต่อไปได้ผ่านการส่งข้อความ ซึ่งทางหน่วยสืบแกะรอยของ IPCybercrime ก็ได้พยายามส่งข้อความไปติดต่อเป็นเวลา 4 วันเพื่อขอพูดคุยเรื่องธุรกิจด้วย ซึ่งในที่สุดบุคคลนิรนามผู้นี้ก็ได้โทรมาโดยใช้โทรศัพท์มือถือ และทางหน่วยสืบก็ได้โทรกลับไป พร้อมกับพูดคุยเรื่องธุรกิจและสถานที่ในการนัดเจอกัน บุคคลนิรนามบนเว็บบอร์ด ระบุว่าเขาได้แผ่นก้อบปี้เกม Modern Warfare 2 มาในวันที่ 30 ตุลาคม ซึ่งตลอดสัปดาห์ เขาพยายามจะปลดล็อคการป้องกันก้อปปี้ที่มาพร้อมกับเกม ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา(2 พ.ย.)บุคคลนิรนามผู้นี้ก็สามารถแครกปลดโค้ดได้สำเร็จ ซึ่งจังหวะเวลาดังกล่าวเป็นเวลาที่ประจวบเหมาะกับที่มีการปล่อยเกม Modern Warfare 2 ให้ดาวน์โหลดบนเว็บทอร์เรนท์ ซึ่งเป็นการแชร์ไฟล์ ส่งผลให้ทางแอคติวิชั่น บลิซซาร์ดเสียหายเป็นอย่างมาก |
|||||
IPCybercrime ได้ส่งหน้าที่ในการล่อซื้อให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในไมอามี่ ซึ่งการซื้อครั้งนี้ Hiram Del Amo ได้ให้ "คนส่งของ" มาส่งซึ่งเมื่อพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่ก็แสดงตัวและจับกุม พบหลักฐานเป็นแผ่นดิสก์เกม Modern Warfare 2 มีการสกรีนลายสวยงาม นั่นหมายความว่า Del Amo ไม่ได้กระทำเพียงการก้อปปี้เกมเถื่อนบนดีวีดีเพียงเท่านั้น เขายังมีวิธีการในการสร้างสรรให้แผ่นดิสก์ของเขาสวยงามเหมือนกับเกมของจริง ด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลบนทวิตเตอร์ของเขาที่มีการสนทนาพูดคุยกับผู้ที่ทำ งานด้านกราฟิกสามมิติ ตำรวจได้ขยายผลจากการจับกุม "คนส่งของ" ไปยังบ้านของ Del Amo ซึ่งในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวได้สำเร็จ เมื่อติดต่อไปยังทนายความของ Del Amo ก็ไม่ได้รับข้อมูลชี้แจงอะไรออกมา สำหรับขั้นตอนกระบวนการตั้งแต่เริ่มพบเบาะแสจนถึงเข้าจับกุมใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามกระบวนการสืบสวนเข้าจับกุมก็ยังไม่รวดเร็วพอที่จะหยุดยั้งการ ละเมิดลิขสิทธิ์เกมผ่านเว็บทอร์เรนท์ "ร็อบ โฮล์ม" กล่าวว่า "เด็กคนนี้ขายเกมเถื่อนมาแล้วหลายพันเกม หวังว่าครั้งนี้คงจะเป็นบทเรียน ถ้าคุณจะทำผิดกฏหมายละเมิดลิขสิทธิ์ในวงกว้าง คุณจะถูกจับ เมื่อคุณใช้อินเทอร์เนต คุณจะทิ้งหลักฐานไว้ที่ใดที่หนึ่งเสมอ" ข้อมูลและภาพประกอบจาก venturebeat.com |
|||||
|